สวัสดีค่ะ แฟนคลับคุณหมอวีซ่าทุกท่าน

ปี 2020 นี้ ถือว่าเป็นปีหายนะที่มีแต่เรื่องวุ่นวายไม่รู้จักจบสิ้นจริงๆเลยนะคะ มีแต่เรื่องร้ายๆมาตั้งแต่ต้นปีละที่พวกเราจะไม่มีวันไหนที่ไม่ได้ยินชื่อของโควิดที่เป็นเหตุให้ผู้คนเจ็บป่วยและตายกันเป็นพรืดจนนับจำนวนกันไม่หวั่นไม่ไหว  ยังไม่ทันพบวัคซีนป้องกันหรือยารักษาเจ้าไวรัสตัวร้ายตัวนี้เลย ก็ตามมาด้วยภัยธรรมชาติมากมาย ทั้งฝนตกหนัก เกิดมาสุมและพายุ อากาศแปรปรวนที่หลายประเทศ รวมดินถล่มที่ญี่ปุ่น ไฟไหม้บ้าง เดินขบวนต่อต้าน Black Lives matter ที่เริ่มขึ้นที่อเมริกาจนกระจายไปทั่วโลก

และสัปดาห์นี้เปิดฉากเดือนสิงหาคมก็ตามด้วยระเบิดยักษ์สนั่นไปทั่วกรุงเบรุตที่น่ากลัวมากสุดๆ ดูเหมือนจะเกิดเรื่องร้ายครั้งแล้วครั้งเล่าตามกันมาติดๆอย่างไม่หยุดยั้ง ส่งผลกระทบเศรษฐกิจและธุรกิจมากมายหลายสาขาอุตสาหกรรม โดยเฉพาะสายการบิน การโรงแรม การท่องเที่ยว ร้านอาหาร จนผู้คนต้องตกงาน รายได้ขัดสนจนต้องปล้นต้องจี้กันกิน มนุษย์เองก็ต้องพยายามปรับตัวให้เข้ากับที่เรียกว่า New Norm ในชีวิตกินอยู่ทุกวัน ต้องใส่หน้ากากเวลาไปไหนมาไหน ล้างแจลแอลกอฮอลจนมือไม้เหือดแห้งไปตามๆกัน เจอมนุษย์ด้วยกัน ก็ต้องอยู่ห่างๆกันตาม norm social distancing ต้องกักตัวอยู่กับบ้าน กับอีกหลายๆสิ่งหลายอย่างที่เราต้องปรับตัวอย่างที่ไม่เคยเจอมาก่อนในชีวิต ไม่เพียงแต่แค่นี้นะคะ ยังไม่พออีก ยุวชนรุ่นใหม่ ยังออกไปรวมกันชุมชนต่อต้านเรียกร้องเสรีภาพโน่นนี่ โดยเริ่มต้นกันที่เป็นข่าวมาตลอดก็ที่ Hong Kong แล้วก็หลังๆนี้ ก็แพร่ตามมาถึงที่ไทยด้วย เรื่องการเมืองเป็นเรื่องที่วุ่นวายมากยิ่งนัก แต่คุณหมอวีซ่า ชื่อก็บอกแล้วว่า เราทำวีซ่า ไม่ยุ่งเรื่องการเมืองดีกว่า ก็เลยเพียงแค่จะมาเล่าให้ฟัง เรื่องที่เกี่ยวกับวีซ่าที่รัฐบาลออสเตรเลีย ได้ประกาศออกมาเมื่อเดือนกรกฎาคม คศ 2020 ที่ผ่านมาสดๆร้อนๆเพื่อรองรับชาว Hong Kong ให้ได้สิทธิ์ในวีซ่าตัวต่างๆเพื่อเข้ามาทำงานและอาศัย ตั้งหลักแหล่งอยู่ในประเทศออสเตรเลียได้ เพราะถือว่าเป็นผู้ลี้ภัยทางการเมืองไปเลย..

สืบจากเรื่องม๊อบที่ Hong Kong จนถึงขั้นทุกวันนี้ที่ผู้คนต่างเรียกกันว่าเป็น  “อวสาน เกาะฮ่องกง

และเตือนประเทศไทยให้อย่าประมาท ปรากฏเป็นที่ประจักษ์แล้วว่า ม๊อบฮ่องกงครั้งนี้สร้างความเสียหายให้กับเกาะฮ่องกงอย่างรุนแรงเกินกว่าที่จะรับได้ คนหนุ่มสาวฮ่องกงยากจน ตกงานมากเป็นประวัติกาล

ผลกระทบทางเศรษฐกิจร้ายแรงมาก โดยกลุ่มทุนธนาคารยักษ์ใหญ่ HSBC ที่อยู่กับฮ่องกงมาช้านาน กับสารพัดธุรกิจขนาดใหญ่มากมายก็ทยอยกันเคลื่อนย้ายเงินทุนมหาศาลสุดจะพรรณาไปที่สิงคโปร์ และออสเตรเลียกับประเทศอื่นๆแล้ว โดยเฉพาะหนักสุดคือบรรดาร้านอาหารหลายร้อยแห่งอยู่ใกล้กับกับย่านม็อบต่างถูกเผา ทุบทำลาย และแย่งอาหารไปกินเพราะความหิวโซของม็อบที่หาของกินยากมากขึ้น

ประจวบกับไม่มีนักท่องเที่ยวเข้าไปที่ฮ่องกง เพราะขยาดไปตามๆ กัน พนักงานเรือนหมื่นคนต้องโดนออกจากงานโดยไม่ได้รับค่าจ้าง  ม็อบฮ่องกง ก่อความสูญเสียทางเศรษฐกิจให้กับชาติอย่างมิอาจจะประมาณค่าได้ ยุวชนชาวม๊อบทั้งหลาย หลังจากที่ประเทศจีนใช้มาตรการเข้มงวดและเด็ดขาดเข้ามาควบคุมม๊อบทั้งหลาย เพื่อสยบให้เกิดความสงบในประเทศ หลังๆนี้ ข่าวม๊อบฮ่องกงก็เงียบสงบหายไปจากหน้าจอทีวี จนชาวม๊อบออกมาเรียกร้องอีกครั้งขออพยพไปอยู่เมืองฝรั่งทั้งหลายที่เป็นแรงหนุนให้ตนอยู่เบื้องหลัง ตอนแรกก็คิดว่าจะขออพยพไปอยู่ดินแดนแห่งเสรีภาพเต็มเปี่ยมไปด้วย democracy ที่ USA กันตามคำเชิญชวนของทรัมป์ แต่ปรากฏว่าม๊อบ Black Lives Matter (BLM) ออกมาแรงกว่า ตอนนี้เลยถอยทัพจาก USA เลือกขอไปอยู่ที่ UK บ้าง ส่วนประเทศในกลุ่ม Five Eyes ด้วยกัน ทางด้านของ Canada กับ New Zealand ก็ไม่ได้ส่งเสียงออกมาต้อนรับพวกนี้มากมาย กลับกลายเป็นประเทศ Australia ที่นายกฯ Scott Morrison รีบออกมาเสนอนโยบายรับกลุ่มม๊อบฮ๊องกี้ เข้าเมืองภายใต้คำแถลงการณ์ร่วม (Joint Statement) ที่ประกาศออกมาเมื่อวันที่ 9 July 2020 ดังนี้ :

Joint statement with the Hon Scott Morrison MP, Prime Minister – 9 July 2020

  • Temporary graduate and skilled workers will be offered an additional five years of work rights in Australia on top of the time they’ve already been in Australia, with a pathway to permanent residency at the end of that period.ชาวฮ่องกงที่ถือวีซ่า Temporary Graduate sc485 กับวีซ่าทักษะที่ทำงานอยู่ในประเทศออสเตรเลียอยู่แล้ว จะได้รับสิทธิ์ต่ออายุวีซ่าได้อีก 5 ปีเพิ่มจากอายุของวีซ่าเดิมที่กำลังถืออยู่แล้วในออสเตรเลีย โดยหลังจากนั้น จะเปิดช่องทางให้สามารถขออาศัยอยู่ในออสเตรเลียได้อย่างถาวร (permanent residency) ก่อนที่วีซ่าตัวนี้จะหมดอายุ
  • Students will be eligible for a five-year graduate visa from the conclusion of their studies, with a pathway to permanent residency at the end of that period.นักเรียนนักศึกษาจากฮ่องกงที่กำลังเรียน หรือที่กำลังจะเข้ามาเรียนในออสเตรเลีย สามารถขอวีซ่าบัณฑิต Graduate visa หลังเรียนจบอยู่ทำงานที่ออสเตรเลียต่อได้อีก 5 ปี โดยจะเปิดช่องทางให้สามารถข้ามฝั่งขออาศัยอยู่ในออสเตรเลียอย่างถาวรได้ (permanent residency) ก่อนที่วีซ่าตัวนี้จะหมดอายุ
  • Future Hong Kong applicants for temporary skilled visas will be provided with a five-year visa, based on meeting the updated skills lists and Labour Market Testing requirements.สำหรับชาวฮ่องกงที่ทำเรื่องขอวีซ่าทักษะแบบชั่วคราว เช่นมีนายจ้างสปอนเซอร์ให้เข้ามาทำงานในออสเตรเลีย เป็นต้น จะได้รับวีซ่าทำงานเป็นเวลา 5 ปี ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับว่าผู้ขอวีซ่าประกอบอาชีพอยู่ในสายที่เป็นที่ต้องการของตลาดแรงงานในประเทศออสเตรเลียหรือเปล่า
  • Existing arrangement will continue to apply for those applicants who study and work in regional areas to help address skills shortages in those areas, with pathways to permanent residency after 3 years.สำหรับชาวฮ่องกงที่เรียนหนังสือและทำงานอยู่ในเขตภูมิภาค (regional) ของออสเตรเลียเพื่อช่วยเติมเต็มบุคคลากรในสายอาชีพที่ขาดคนทำงานในเขตต่างๆเหล่านั้น จะสามารถข้ามฝั่งไปถือวีซ่าถาวรได้หลัง 3 ปี

แหล่ง : https://minister.homeaffairs.gov.au/alantudge/Pages/hong-kong-visa-arrangement-20200709.aspx

อีกกลุ่มหนึ่งที่รัฐลบาลออสเตรเลียให้ความสนใจก็คือ กลุ่มมันสมองโลก ​(Global Talent) ที่มีความสามารถพิเศษและเชี่ยวชาญในสาขาวิชาต่างๆไม่ว่าจะเป็นทางด้านคอมพิวเตอร์ ไอที วิศวะฯ ในสาขาเด่นๆต่อไปนี้

  • AgTech
  • Space and Advanced Manufacturing
  • FinTech
  • Energy and Mining Technology
  • MedTech
  • Cyber Security
  • Quantum Information, Advanced Digital, Data Science and ICT

ให้ยื่นวีซ่าอพยพเข้ามาอยู่ในออสเตรเลียได้เลย โดยคนเก่งโดดเด่นเหล่านี้จะได้รับสิทธิ์พิเศษในการออกวีซ่าไวกว่าผู้อื่น โดยทางรัฐบาลออสเตรเลียได้เริ่มเปิดประตูสถานทูตออสเตรเลียที่ฮ่องกงเพื่อรับใบสมัครแล้วตั้งแต่วันนี้ แต่การขอวีซ่า GTI ต้องมีนายจ้างเป็นสปอนเซอร์ให้ โดยนายจ้างยินดีจ่ายเงินเดือนให้สูงถึง $153,600 ต่อปี (ประมาณ 3.4 ล้านบาทต่อปี = แถวๆ 284,000 บาท ต่อเดือน นั้นเอง)

แหล่ง: https://minister.homeaffairs.gov.au/alantudge/Pages/hong-kong-visa-arrangement-20200709.aspx

ทั้งนี้ ที่เขียนเรื่องนี้ขึ้นมา ไม่ได้แปลว่าคุณหมอวีซ่าจะเชียร์ให้ม๊อบยุวชนคนไทยไปเอาแบบอย่างม๊อบยุวชนชังชาติชาวฮ่องกง แล้วเผื่อจะได้วีซ่าเข้ามาอยู่ออสเตรเลียอย่างฟลุ๊กๆง่ายๆเหมือนชาวฮ๊องกี้นะคะ ทุกอย่างในโลกมีกฎมีเกณฑ์ รวมทั้งกฎแห่งกรรมด้วย หากเราไปสร้างความเดือดร้อนให้ชาติบ้านเมือง หรือทำให้พ่อแม่ที่มีบุญคุณกับเราอย่างสูงยิ่งต้องทุกข์ร้อนใจ ก็ไม่ใช่เป็นสิ่งที่ดีแน่นอน หากเรามีความสามารถ ก็ไม่ต้องไปอาศัยผ่านช่องทางม๊อบ ก็มีสิทธิ์เข้ามาอาศัยอยู่ มาเรียน มาทำงานในออสเตรเลียได้เช่นกัน เดี๋ยวคุณหมอวีซ่ากับทีมงานจะหาช่องทางให้เองค่ะ

ด้วยความปรารถนาดี

จากทีมงานคุณหมอวีซ่า

—————————————

คุณหมอวีซ่าและทีมงานได้ดูแลเรื่องวีซ่าให้กับลูกค้ามาแล้วเป็นเวลา 23 ปีตั้งแต่ปี ค.ศ. 1997 สามารถช่วยท่านขอวีซ่าและแก้ปัญหาวีซ่าให้ท่านได้ไม่ว่าจะซับซ้อนเพียงใดก็ตาม โดยเฉพาะในยุคของโคโรนาไวรัสช่วงนี้ เพื่อความปลอดภัยและสวัสดิการของทีมงานและลูกค้า ทีมงานเราก็ทันยุคทำงานจากบ้านกันซะเป็นส่วนใหญ่ แต่ช่วงนี้ สำนักงาน CP Bangkok จะเข้าออฟฟิศกันทุกวันอังคาร พุธ กับวันพฤหัสและที่ CP Melbourne ช่วงนี้ Work from Home ทุกวันจนกว่ารัฐบาล Victoria จะปลด lockdownในกลางเดือน September 2020 จนกว่าสถานการณ์ Covid-19 จะคลีคลายลง ส่วน CP Chiang Mai กับ CP Sydney เปิดตามปกติทุกวัน  หรือตามที่โทรนัดหมาย ส่วนการบริการคุณภาพของเรา ทุกอย่างยังเหมือนเดิมค่ะ ติดต่อทีมงานเราได้ที่: Contact Us