“Can I become an Australian citizen and hold dual citizenships -Thai and Australian, at the same time?”

สวัสดีค่ะ แฟนๆคุณหมอวีซ่าทุกท่านคะ วันนี้ขอเชิญชวนให้สมาชิกแฟนคลับมาเกาะเข่าคุยกันเรื่องของ Global Citizens หรือการเป็นประชากรชาวโลกของเด็กยุคนี้กันดีกว่าค่ะ หัวข้อวันนี้เป็นที่ติดตามอย่างใกล้ชิดและเป็นที่สนใจของคนสมัยนี้กันมาก บางครั้งไม่ใช่เฉพาะแต่ชนรุ่นใหม่ที่สอบถามเข้ามาเท่านั้น หากแต่เป็นคุณพ่อคุณแม่ยุคใหม่ที่ให้การเอาใจใส่ วางแผนให้ลูกถือสัญชาติต่างประเทศเพิ่มอีก 1-2 สัญชาติโดยไม่ทิ้งสัญชาติไทย นอกจากจะเพื่อความสะดวกในการเดินทาง เรียนต่อของพวกเขาโดยไม่ต้องยื่นขอวีซ่าเข้าออกต่างประเทศนั้นๆยุ่งยากทุกครั้งที่จะเดินทางไปเที่ยวหรือทำวีซ่านักเรียนเมื่อถึงวัยเติบโตเข้าเรียน หากแต่ ที่สำคัญยังเพื่อประสงค์ของการให้ลูกได้มีโอกาสอาศัยอยู่ในต่างประเทศที่มีการพัฒนาสูงแล้ว เพื่อสวัสดิการที่ดีกว่า การแพทย์ที่เจริญรุดหน้ากว่า คุณภาพทางการศึกษาและคุณภาพชีวิตที่ดีกว่า สังคมที่เป็นระเบียบกว่า ท่ามกลางประชาชนที่รู้จักเคารพกฎหมายและสิทธิของกันและกัน ท่ามกลางเสียงที่เงียบกว่า หรือแม้กระทั่งเพื่อให้ลูกได้สูดอากาศที่ไม่เป็นพิษอยู่ทุกวันของความเป็นอยู่ ซึ่งบางสิ่งเหล่านี้ ถึงจะมีเงินก็ซื้อกันไม่ได้ นั่นเอง…. อ่านต่อเหอะ คุ้มค่ะ

เอาเป็นว่า ไม่ต้องเล๊งถึง 3 สัญชาติหรอก วันนี้คุณหมอวีซ่าขอพูดถึงเรื่อง Dual-Citizenship แค่สองสัญชาติ เอาให้ได้ก่อนนะคะ และจากการที่ตนเองได้ถือทั้งสัญชาติไทย (Thai) กับสัญชาติออสเตรเลีย (Australian) มาก็เกิน 36 ปีแล้ว และก่อนบินกลับ Sydney เที่ยวนี้ ก็ได้มีโอกาสคุยกับเพื่อนชาวญี่ปุ่นที่เจอกันที่ Gym ที่กรุงเทพฯ ซึ่งได้แต่งงานกับสามีชาวมาเลย์เซีย มีบุตรสาววัยรุ่นเรียนอยู่โรงเรียนอินเตอร์ที่เมืองไทย คุณพ่อคุณแม่เองเคยทำเรื่องอพยพโยกย้ายถิ่นฐานไปตั้งหลักแหล่งที่ประเทศ Canada ในเขตปริมณฑลทางภาคเหนือของแคนนาดามาก่อน แต่ทนอากาศอันหนาวเยือกเย็นเป็นยิ่งไม่ไหว เลยขอมาอยู่ที่ประเทศไทย โดยคุณพ่อได้งานและทำเรื่องโอนสัญชาติเป็นคนไทยได้เรียบร้อยโดยยอมทิ้งสัญชาติมาเลย์ไป ส่วนคุณแม่ก็ยังรักชาติ ถือสัญชาติญี่ปุ่นไปโดยไม่โอนเป็นคนไทย สำหรับลูกสาวนั้น ก็เลยได้ถือสัญชาติญี่ปุ่นไปด้วย แต่ตอนนี้ คุณพ่อคุณแม่ได้ไปเยือนออสเตรเลียมา และชอบมากๆ จึงสนใจจะให้ลูกได้ไปเรียนไปอาศัยอยู่ที่ออสเตรเลียจนได้สัญชาติที่นั่น

อีกรายหนึ่งที่จู่ๆก็เดินเข้ามาออฟฟิศคุณหมอวีซ่าที่อาคารพหลโยธินเพลส ทำงานเป็นผู้บริหารทางการเงินชั้นสูงของธนาคารดังแห่งหนึ่งในประเทศไทย เป็นผู้มีความรู้ความสามารถมาก จบมาจากอเมริกามา และได้เริ่มเดินเรื่องว่าอยากจะอพยพโยกย้ายถิ่นฐานไปอยู่แคนนาดาเช่นกัน แต่พอดีพาลูกเมียไปเที่ยวเมลเบิร์นที่ออสเตรเลียมา เกิดหลงสเน่ห์รักชอบเมืองนี้ที่ได้รับโหวตเป็นนครที่น่าอยู่ที่สุดในโลกมาเกือบ 10 ปีซ้อนแห่งนี้เข้าเสียแล้ว เลยหันเข็มวางแผนจะโยกย้ายไปอยู่ออสเตรเลียกันทั้งครอบครัว ทั้งนี้ ท่านว่าเพื่ออนาคตชีวิตที่ดีกว่าของลูกๆ กับความสะดวกที่ถือสองสัญชาติ เดินทางไปมาเมืองไทย-ออสเตรเลียได้อย่างสะดวกสบาย ระยะการบินก็ไม่ไกลเท่ายุโรปหรืออเมริกา บินกัน 6-8 ชั่วโมงก็ถึงกันได้ แถมที่ออสเตรเลียอากาศไม่หนาวเยือกเย็นมากเท่าทางแคนนาดา หรือยุโรป ทั้งๆที่เทียบเรื่องสวัสดิการสังคมกับการรักษาทางการแพทย์แล้ว ระบบของแคนนาดากับออสเตรเลียก็สูสีกัน คนไทยเราจะทนไม่ได้ก็ตรงที่ต้องเดินลุยหิมะในฤดูหนาว จนมือไม้แข็งขาเย็นชาไปหมด การทำกิจกรรมธุรกิจธุรกรรมนอกบ้านก็ไม่สะดวกเอาซะเลย เอาตามที่ท่านเล่ามานะคะ

เพื่อนๆของลูกๆคุณหมอวีซ่าสมัยนี้ที่เกิดที่ออสเตรเลีย บางคนก็ถือตั้งสามสัญชาติ อย่างเพื่อนชาวฮ่องกงที่มาตั้งหลักแหล่งที่ออสเตรเลีย ก็ถือทั้งสัญชาติฮ่องกง ออสเตรเลีย กับแคนนาดา ส่วนพี่ชายเขาแต่งกับภรรยาชาวอเมริกัน ก็ถืออเมริกันเพิ่มอีกหนึ่งสัญชาติ เห็นแล้วยังคะว่าคนสมัยนี้มีวิสัยทัศน์ที่ยาวไกลมาก การเป็นประชากรของโลก หรือ global citizen นั้นหมายถึง ทั้งโลกนี้เป็นบ้านของเขา ไม่ใช่แต่เพียงประเทศใดประเทศหนึ่งเท่านั้น การเดินทางข้ามไปๆมาๆระหว่างประเทศก็เป็นการเรียนรู้ ทำให้เด็กเป็นคนฉลาด ทันคน ปรับตัวเข้าได้กับทุกสภาพแวดล้อมก็ว่าได้

แต่ด้วยความที่คุณหมอวีซ่าเป็นที่ปรึกษาที่เชี่ยวชาญเรื่องวีซ่ากฎหมายเข้าเมืองของประเทศออสเตรเลีย เนื่องจากเป็น Australian Registered Migration Agent หรือ RMA ที่ขึ้นทะเบียนมากว่า 20 ปีแล้ว จึงขอพูดเรื่องของการขอสัญชาติออสเตรเลียให้แฟนๆท่านผู้อ่านฟังนะคะ ก่อนอื่นคุณหมออยากจะขอเกริ่นก่อนว่า การถือสองสัญชาติทั้งไทยและออสเตรเลียนั้น เป็นสิ่งที่ทำได้ไม่ผิดกฎหมายแต่อย่างใดนะคะ อย่างตัวคุณหมอวีซ่าเอง ก็ถือพาสปอร์ตสองเล่มไปพร้อมๆกัน ไม่เคยปล่อยให้เล่มใดเล่มหนึ่งขาดค่ะ บัตรประชนไทยก็ต่ออายุก่อนหมดอายุทุกครั้ง ใบขับขี่ออสเตรเลีย (ที่แทบจะเรียกว่าใช้แทนบัตรประชนของออสเตรเลียก็ว่าได้) ก็ไม่เคยปล่อยให้ขาด เวลาออกจากสนามบินออสเตรเลีย ก็ออกด้วยพาสปอร์ตออสฯ เวลาเข้าไทย ก็เข้าด้วยพาสปอร์ตไทยโดยจะอยู่กี่นานก็ไม่ต้องขอวีซ่า ขาออกประเทศไทย ก็ออกด้วยพาสปอร์ตไทย ขาเข้าออสเตรเลีย ก็เข้าด้วยพาสปอร์ตออสฯ ทำอย่างนี้มาโดยตลอด จึงยืนยันด้วยตนเองได้ว่าปลอดภัยทำได้แน่นอนค่ะ

การขอสัญชาติออสเตรเลีย (Australian Citizenship) นั้น มีหลายวิธีมากๆ หากไม่แน่ใจ พึงปรึกษาผู้รู้กฎหมายจะได้ไม่เดินผิดทางจนพลาดนะคะ อย่างอาทิตย์ที่แล้ว คุณหมอวีซ่าดีใจมากที่มีโอกาสช่วยเซ็นสลักหลังรูปในฐานะเป็นผู้พิพากษาสมทบ หรือ Justice of the Peace (JP) ที่ได้เห็นหน้าน้องแอปเปิ้ล (นามสมมุติ) มากว่าปีแล้ว เพื่อช่วยน้องยื่นขอพาสปอร์ตออสเตรเลียให้หลังจากที่ยื่นขอสัญชาติออสเตรเลียให้น้องจนสำเร็จ ทั้งๆที่เคสน้องไม่ธรรมดาเลย เนื่องจากน้องมาคลอดที่เมืองไทย และอยู่กับคุณแม่ที่ถือเพียงสัญชาติไทย ไม่ได้เป็น PR หรือผู้ถือถิ่นฐานถาวรของออสเตรเลียแต่อย่างใด ส่วนเจ้าคุณพ่อของน้อง ท่านก็ได้เสียชีวิตไปตั้งแต่น้องยังเด็กมากแล้ว เป็นเคสที่ไม่มีคุณพ่อที่ถือสัญชาติออสเตรเลียเซ็นเป็นสปอนเซอร์ให้น้อง คุณแม่เองเผอิญได้พบกับเพื่อนคนไทยใจดีตอนไปเที่ยวซิดนีย์ที่แนะนำให้มาพบกับคุณหมอวีซ่าเพื่อหาทางออกให้ลูก และแน่นอน คุณหมอวีซ่าก็ได้อ้างอิงตัวบทกฎหมายที่เรียนอ่านมา ทำเรื่องจนน้องได้เป็น Aussie น้อยเรียบร้อย ตอนนี้ ก็กำลังจะเดินทางไปเรียนหนังสือที่โน่นแระ ขอแสดงความยินดีกับน้องและคุณแม่ด้วยนะคะ อันดับต่อไป คุณหมอวีซ่าก็จะช่วยให้ คุณแม่ได้ไปอยู่ถาวรกับลูกที่นั้นด้วยอีกคนแล้วค่ะ คุณหมอวีซ่าชอบ happy ending ค่ะ

สำหรับเด็กรุ่นเล็กนั้น วิธีการได้มาซึ่งสัญชาติออสเตรเลียอย่างเช่นของน้องแอปเปิ้ลนั้น ก็ด้วยขบวนการทางกฎหมายที่เรียกว่า Citizenship by Descent ก็คือมีพ่อหรือแม่คนใดคนหนึ่งถือสัญชาติออสเตรเลีย ซึ่งเด็กที่เกิดมาตอนอยู่นอกประเทศออสเตรเลียก็จะมีสิทธิได้รับสัญชาตินั้นโดยอัตโนมัติ แต่ต้องทำเรื่องยื่นขอพิสูจน์กันเข้าไปอย่างถูกต้อง ในบางกรณีก็อาจต้องมีการทำ DNA แล้วแต่สถานทูตจะพิจารณาและเห็นสมควร

อีกวิธีหนึ่งคือ Citizenship by adoption หรือการรับบุตรบุญธรรม แต่วิธีนี้จะค่อนข้างซับซ้อนและยุ่งยากเนื่องจากต้องทำตามสนธิสัญญาที่เรียกว่า The Hague Convention หรือ Intercountry Adoption

ส่วนวิธีที่ผู้คนได้สัญชาติออสเตรเลียกันโดยวิธีปกติทั่วไป ก็เห็นจะไม่พ้น การข้ามฝั่งจากการขอโยกย้ายถิ่นฐานด้วยวีซ่าถาวรที่เรียกว่า apply เป็น Permanent Resident หรือ PR ก่อน แล้วจึงข้ามฝั่งไปขอเพิ่มอีกหนึ่งสัญชาติ คือ สัญชาติออสเตรเลียหลังอยู่ออสเตรเลียครบตามเงื่อนไขที่รัฐบาลกำหนด ที่เรียกว่า Migration with Permanent Residence ซึ่งก่อนวันที่ 1 July 2018 มีผู้เข้ามาให้ทีมงานคุณหมอวีซ่าจากทุกออฟฟิศช่วยยื่น citizenship ให้กันมาก โดยเฉพาะที่ CP Melbourne Office รับทำเคส Australian citizenship กันอยู่แทบทุกวันก็ว่าได้ เพราะปัจจุบัน กฎหมายใหม่ที่กำหนดให้ผู้ถือวีซ่าถาวรที่จะขอ Australian Citizenship ได้นั้น จะต้องถือ PR อยู่ในประเทศออสเตรเลียมาเป็นเวลา 4 ปี และไม่ได้อยู่นอกออสเตรเลียเกิน 12 เดือนในช่วงเวลา 4 ปีนั้น อีกทั้งห้ามออกนอกประเทศออสเตรเลียเกิน 90 วันภายใน12 เดือนก่อนยื่นเรื่อง แถมมีการเข้มงวดเรื่องต้องได้ผลสอบภาษาอังกฤษให้ได้ระดับเทียบเท่า IELTS 6 อีก จึงเรียกว่ากฎหมายโน้มเอียงไปในแนวที่ยากขึ้น หากท่านผู้อ่านอยากอ่านเพิ่มเติม ก็คลิกเข้าไปที่นี่เลยนะคะ https://www.homeaffairs.gov.au/trav/citi/curr/even/why-/quick-guide-to-australian-citizenship

การข้ามฝั่งในลักษณะแบบนี้ ก็รวมผู้ถือ PR ที่เป็นคู่ครองของชาวออสเตรเลียด้วยเช่นกัน

ย้ำอีกครั้งว่า เมื่อมาถึงขั้นตอนที่จะขอ Citizenship หากหลายคนยังอาจจสงสัยว่าเอ๊ะ เราสามารถถือ 2 สัญชาติในเวลาเดียวกันได้ไหม ซึ่งคำตอบก็คือ ได้ค่ะ ทางกฏหมายของประเทศออสเตรเลียอนุญาตให้ประชาชนถือ 2 สัญชาติพร้อมกันได้ ซึ่งกฎนี้พึ่งได้มีการปรับเปลี่ยนเมื่อวันที่ 2 เมษายน คศ. 2002 ซึ่งหมายความว่า ตอนก่อนวันที่ 2 เมษายน ค.ศ.2002 ประชากรชาวออสเตรเลียจะไม่สามารถถือ 2 สัญชาติพร้อมกันได้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องขึ้นอยู่กับแต่ละประเทศอื่นๆว่าเค้ากำหนดให้ถือสองสัญชาติได้ไหม เช่น ประเทศจีน ญี่ปุ่น สิงคโปร์ มาเลย์เซีย ไม่อนุญาตให้ราษฎรของเขาถือสองสัญชาติ ต้องเลือกเอาเพียงหนึ่งสัญชาติเท่านั้น เรียกว่าคนไทยเราโชคดีนะคะ

การได้รับ Australian Citizenship เป็นผลกำไรของชีวิตอย่างฝุดๆ เนื่องจากเราสามารถใช้สิทธิต่างๆของรัฐ เช่น ค่ารักษาพยาบาลฟรีโดยการได้บัตร Medicare มา และสามารถถือพาสปอร์ตของออสเตรเลียได้อีกเล่มหนึ่ง พาสปอร์ตออสเตรเลียมีข้อดีตรงที่เราสามารถเข้าออกประเทศหลายประเทศได้โดยที่ไม่ต้องขอวีซ่าเลยยุ่งยากเท่าพาสปอร์ตไทย อย่างเช่นไป USA, EU เป็นต้น

ก่อนจากกันไปวันนี้ คุณหมอก็มีข่าว update มาบอกว่า ตอนนี้คุณหมอวีซ่าได้บินกลับมาถึงที่ออสเตรเลียเรียบร้อยแล้วนะคะ ใครที่อยากจะจองเข้ามา consult กับคุณหมอวีซ่าที่ Sydney ก็ต้องรีบๆกันหน่อย ตอนนี้คิวแน่นกันไปยาวๆ ทั้งแบบเข้ามาปรึกษาหรือผ่าน VDO ก็ได้เลยค่ะ จองกันล่วงหน้าตั้งแต่คุณหมอวีซ่ายังอยู่ไทยแหน่ะ ส่วนคนที่อยู่ประเทศไทยก็ไม่ต้องกังวลนะคะ เราสามารถทำ VDO consultation กันได้เสมอ เทคโนโลยีสมัยนี้ดีจริงๆค่ะ ช่วยให้เราไม่รู้สึกว่าอยู่ห่างจากกันเลยค่ะ

สำหรับวันนี้ก็ขอลากันไปตรงนี้ก่อนนะคะ ก่อนจบ คุณหมอวีซ่าขอนำข่าวดีๆจากทีม Marketing ของเรามาฝาก กิจกรรมดีๆที่จัดโดย CP International อย่าลืมมาร่วมกันสนับสนุนเพื่อนาคตที่ดีของเราเองนะคะ และอย่าลืมรักษาสุขภาพกันด้วยนะคะ ยิ่งช่วงนี้อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อยมากๆ ลมเย็นๆของฤดูหนาวก็เริ่มมาแล้ว ไว้เจอกันเดือนหน้านะคะ บ๊ายบายค่ะ

สำหรับน้องๆคนไหนที่สนใจอยากไปเรียนที่วิทยาลัย TAFE ที่รัฐQueensland น้องๆสามารถมาเข้าร่วมงานสัมมนา พูดคุยหรือสอบถามข้อมูลกับเจ้าหน้าที่จากสถาบันโดยตรงได้เลย ในวันเสาร์ที่ 17 พฤศจิกายนนี้ เวลา 13:00-15:00น. อย่าลืมลงทะเบียนกันมาล่วงหน้าตามลิงค์ด้านล่างนี้นะคะ
https://zurl.co/L1e9

หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับงาน สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เบอร์ 02-278-1236
หรือแอดไลน์ @cpinter มากันได้เลย พี่ๆเจ้าหน้าที่ใจดีกันทุกคนค่ะ

 

Have questions about your Australian visa application or status? Want to apply to study, work or live in Australia?

Get in touch with the Dr Visa Team at:

Receive Updates from Dr Visa
  • First Name:
  • Email:
Do NOT follow this link or you will be banned from the site!