หลายครั้งที่เคสคู่รักที่เข้ามาปรึกษากับคุณหมอวีซ่า หรือ คุณปิ๊ป พนัสบดี (MARN9896337) จะมีเรื่องราวความซับซ้อนที่แตกต่างกันไป ซึ่งเคสนี้ที่จะมาเล่าให้ฟังกันนั้น กว่าจะผ่านเรื่องร้ายๆมาได้ก็ไม่ใช่ง่ายๆ แต่ด้วยความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ของคุณหมอวีซ่าเลยทำให้ประสบผลสำเร็จและทำให้คู่รักที่จะมาพูดถึงในวันนี้อยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข

สปอนเซอร์

แคนดิส (เปลี่ยนชื่อเพื่อปิดบังตัวตน) เป็นคนสัญชาติไทยและถือหนังสือเดินทางของประเทศไทย เธอเคยได้รับการสปอนเซอร์จากพลเมืองชาวออสเตรเลีย (อัลเบิร์ต; *เปลี่ยนชือเพื่อปิดบังตัวตน) ภายใต้วีซ่าคู่ครอง ก่อนที่จะได้พบกันอัลเบิร์ต เธอมีบุตร 2 คน ที่เกิดจากสามีคนก่อน เธอต้องการให้บุตรทั้งสองคนของเธอได้รับการสปอนเซอร์ภายใต้การสมัครวีซ่าคู่ครอง

แต่อัลเบิร์ตไม่ต้องการเช่นนั้น นี่หมายความว่าแคนดิสได้ทิ้งบุตรทั้งสองคนไว้ที่ประเทศไทย และ พวกเขาไม่ได้รับการสปอนเซอร์โดยวีซ่าคู่ครองเพื่อไปยังออสเตรเลีย เธอไม่เคยคิดที่จะสปอนเซอร์บุตรทั้งสองของเธอไปยังออสเตรเลียด้วยวิธีอื่นนอกเหนือจากการใช้วีซ่าคู่ครองของเธอ

อัลเบิร์ตและแคนดิสแต่งงานกันในประเทศไทยภายใต้กฎหมายของประเทศไทย หลังจากที่แต่งงานกับอัลเบิร์ต และ กลับไปยังออสเตรเลีย อัลเบิร์ตและสมาชิกครอบครัวของเขาทั้ง 8 คน ก็เริ่มปฏิบัติกับเธอราวกับแม่บ้านที่ไม่ได้รับค่าจ้าง บุคลิกที่อบอุ่น และเป็นมิตรในตอนแรกของพวกเขาเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง

ตอนที่เธอไม่สบาย ไม่มีใครให้ความช่วยเหลือหรือดูแลเธอเลย เธอต้องทำงานบ้านทั้งที่ยังป่วย มากไปกว่านั้น อัลเบิร์ตยังเรียกร้องให้เธอมีเพศสัมพันธ์กับเขา ถึงแม้ในเวลานั้นเธอจะป่วยหรือไม่มีอารมณ์ร่วมก็ตาม

แคนดิสทำงานที่ร้านอาหารสองแห่งตั้งแต่ 6 โมงเช้า ถึง 4 ทุ่ม เป็นประจำทุกวัน อัลเบิร์ตแทบไม่ให้เงินเธอใช้เลย อีกทั้งยังเรียกร้องค่าแรงจากเธอทันทีที่เธอเริ่มทำงานอีก

กลางปี 2556 พวกเธอจัดงานฉลองครบรอบ 3 ปี ของการแต่งงาน ในช่วงเวลานี้ แคนดิสได้รับสถานะเป็นผู้อยู่อาศัยถาวรจากวีซ่าคู่ครองของเธอ เรื่องนี้เกิดขึ้น 2 ปี ให้หลังของการถูกทารุนโดยอัลเบิร์ตและสมาชิกในครอบครัวของเขา

กลางปี 2557 แคนดิสฟ้องหย่าที่สถานทูตไทยในแคนเบอร์ร่าหลังจากถูกอัลเบิร์ตคุกคาม แคนดิสและอัลเบิร์ตไม่มีบุตรด้วยกัน หลังจากนั้นเธอก็ย้ายไปอาศัยอยู่กับคู่ครองคนใหม่  ซึ่งก็คือผู้สมัครในกรณีศึกษานี้ หลังจากผ่านไปได้ 2 เดือน ผู้สมัครและแคนดิสก็แต่งงานกันอย่างถูกต้องภายใต้กฎหมายของออสเตรเลีย

ผู้สมัคร

เควิน(*เปลี่ยนชื่อเพื่อปิดบังตัวตน)เป็นคนไทยและถือหนังสือเดินทางของประเทศไทย เควินและภรรยาคนแรกของเขาหย่ากันตามกฎหมายก่อนหน้าที่เขาจะได้พบกับแคนดิส เควินและภรรยาคนแรกของเขาไม่มีบุตรด้วยกัน

หลังจากที่หย่ามาได้ 2 ปี เควินได้พบกันแคนดิสเป็นครั้งแรกที่สถานที่ทำงานของเขาในตอนที่แคนดิสกำลังหางานทำอยู่  เป็นความบังเอิญที่ตอนนั้นเควินเป็นผู้ดูแลฟาร์มพร้อมด้วยคนงานอีก30คน หลังจากที่เข้าใจสถานการณ์ระหว่างเธอและอัลเบิร์ตแล้ว  เขาก็ชวนให้เธอมาอาศัยอยู่ที่ฟาร์มกับเขา โดยที่เธอไม่รู้เลยว่า เควินเคยมีประวัติอยู่อาศัยที่ออสเตรเลียเกินระยะเวลาที่กำหนดหลังจากที่การสมัครวีซ่าผู้ลี้ภัยของเขาถูกปฎิเสธ

สถานการณ์

Success Story: Partner Visa Granted with Help of the Dr Visa Team, Vol.3

เช่นเดียวกันกับเคสวีซ่าคู่ครองที่มีความซับซ้อนเคสอื่น แคนดิสและเควินมีคำถามมากมายที่ต้องการคำตอบในตอนที่เข้ารับคำปรึกษาจาก CP International

เรามาไล่ดูทีละคำถามดีกว่า

คำถามที่ 1 แคนดิสต้องรออีกนานเท่าไหร่จึงจะสามารถสปอนเซอร์สามีของเธอได้?

ภายใต้กฎหมายการย้ายถิ่นฐานของออสเตรเลีย แคนดิสต้องรอ 5 ปี นับตั้งแต่วันที่เธอยื่นสมัครวีซ่าคู่ครอง นี่หมายความว่าพวกเธอจะต้องรออีก 2 ปี ก่อนที่แคนดิสจะเป็นสปอนเซอร์ได้ตามกฎหมาย

เราสามารถลองยื่นเรื่องขอยกเว้นระยะเวลาจำกัดของ 5 ปี นี้ได้  อย่างไรก็ตาม การตัดสินว่าจะได้รับการยกเว้นหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับดุลพินิจของกรมฯ หากไม่สำเร็จ เราจะยื่นอุทธรณ์ที่ศาลตุลาการ(ซึ่งเป็นที่รู้จักกันในชื่อของ “Administrative Appeals Tribunal” หรือเรียกสั้นๆว่า “AAT”)

คำถามที่ 2: การที่เควินอยู่ออสเตรเลียอย่างผิดกฎหมายจะก่อให้เกิดปัญหาอะไรไหม?(รวมถึงเรื่องที่วีซ่าผู้ลี้ภัยของเขาถูกปฎิเสธด้วย)

อันดับแรก การที่วีซ่าผู้ลี้ภัยของเขาถูกปฎิเสธนั้น ทำให้เขาผิดมาตราที่ 48 ของกฎหมายการย้ายถิ่นฐานปี 1958 ของออสเตรเลียไปแล้ว นี่หมายความว่าเขาจะไม่ได้รับอนุญาตให้สมัครวีซ่าบางประเภท หลังจากที่วีซ่าที่ถืออยู่ปัจจุบันหมดอายุแล้ว เขาจะต้องเดินทางออกจากออสเตรเลีย หากเขาไม่ทำ เขาจะกลายเป็นผู้อยู่ในออสเตรเลียเกินระยะเวลาที่กำหนดโดยไม่ได้ถือวีซ่า

การอาศัยอยู่ในออสเตรเลียเกินเวลาที่กำหนดโดยไม่มีวีซ่าสามารถส่งผลให้เควินถูกจับย้ายออกจากออสเตรเลียได้ หลังจากออกจากออสเตรเลียไปแล้ว เควินยังจะถูกห้ามไม่ให้เข้าออสเตรเลียอย่างน้อยอีก 5 ปี ก่อนที่เขาจะสามารถกลับเข้าไปใหม่ได้ ส่วนมากเขาจะไม่ได้รับอนุญาตให้กลับไปยังออสเตรเลียถึงแม้จะเป็นเพียงการไปเยี่ยมเยียนก็ตาม นอกจากนี้ประเทศอื่นๆยังสามารถเข้าถึงข้อมูลของเควินได้เช่นกัน ซึ่งจะทำให้ประเทศเหล่านั้นปฏิเสธหากเขายื่นสมัครวีซ่าเข้าประเทศอันเนื่องมาจากประวัติการเดินทางและการกระทำของเขา

สำหรับการยื่นสมัครวีซ่าคู่ครองโดยเป็นคนผิดกฎหมายที่ไม่ได้เป็นพลเมืองของประเทศนั้น จะมีการใช้เกณฑ์เพิ่มเติมที่เรียกว่า Schedule 3 การเพิกถอน Schedule 3 นั้นสามารถทำได้หากบุคคลนั้นๆตกอยู่ในสถานการณ์ที่บีบบังคับและน่าสงสาร ซึ่งนี่เป็นสิ่งที่คาดการณ์ไม่ได้และอยู่นอกเหนือการควบคุมของเวนดี้ ในกรณีนี้เควินไม่ได้ตกอยู่ในสถานการณ์ดังกล่าว ดังนั้นการสมัครวีซ่าคู่ครองของเควินในออสเตรเลียจึงมีความยุ่งยากกว่าเดิม

คำถามที่ 3: แคนดิสสามารถเพิ่มบุตรแท้ๆของเธอที่เกิดจากสามีคนแรกเข้าไปในการสมัครวีซ่าคู่ครองของเควิน ทั้งๆที่เด็กทั้งสองคนไม่ได้เป็นบุตรของเควินได้หรือไม่?

บุตรทั้งสองคนของแคนดิสมีอายุ 8 และ 12 ปี ตามลำดับ พวกเขาอายุน้อยกว่า 23 ปี และถูกจัดเป็น Dependent children ภายใต้กฎหมายของออสเตรเลีย

ตามกฎหมายของออสเตรเลีย นิยามของ Dependent child(ren) นั้นรวมไปถึงบุตรแท้ๆ และ บุตรบุญธรรมที่เกิดจากคู่สมรสคนก่อนหรือปัจจุบัน นี่หมายความว่าแคนดิสสามารถเพิ่มบุตรทั้งสองคนของเธอลงในการสมัครวีซ่าคู่ครองของเควินได้ อย่างไรก็ตาม ตอนนี้เควินกำลังอาศัยอยู่ที่ออสเตรเลียในขณะที่บุตรทั้งสองของแคนดิสอยู่ในประเทศไทย นี่หมายความว่าบุตรทั้งสองคนจะต้องเดินทางไปออสเตรเลียเพื่อทำการเพิ่มชื่อตัวเองลงในการสมัครวีซ่าคู่ครอง(ซับคลาส 820) ภายในออสเตรเลีย หรือให้เควินเดินทางไปประเทศไทยเพื่อทำการสมัครวีซ่าคู่ครองนอกประเทศออสเตรเลีย

คำถามที่ 4: เควินสามารถยื่นสมัครวีซ่าทั้งที่ยังอาศัยในออสเตรเลียอย่างผิดกฎหมายได้หรือไม่ หรือเขาต้องเดินทางกลับมายังประเทศไทยก่อน- เพราะอะไร?

เควินสามารถยื่นสมัครวีซ่าได้ แต่นี่ไม่ได้หมายความว่ากรมฯจะอนุมัติ(อาจถูกปฎิเสธได้) เนื่องจากเขาไม่ผ่านเกณฑ์ Schedule 3 แต่หากเราพาบุตรทั้งสองของแคนดิสไปออสเตรเลียผ่านวีซ่าบุตร(ซับคลาส 101) และ ทำการสมัครวีซ่าคู่ครองของเควินภายในออสเตรเลีย นี่ก็ไม่ได้การันตีว่าวีซ่าคู่ครองจะได้รับอนุมัติเช่นกัน ดังนั้น วิธีแก้ไขปัญหาที่ดีที่สุดคือการให้เควินกลับมายังประเทศไทยและทำการสมัครวีซ่าคู่ครองนอกประเทศออสเตรเลีย วิธีนี้จะทำให้ Schedule 3 ไม่มีผลกับการสมัครวีซ่าของเขา

ในกรณีของเควิน เขามีแม่ที่กำลังป่วยหนักในประเทศไทยและเขาต้องการจะกลับไปดูใจแม่ก่อนที่เธอจะจากไป ดังนั้น เควินจึงตัดสินใจกลับมายังประเทศไทยและยื่นสมัครวีซ่านอกออสเตรเลีย พร้อมกับเพิ่มบุตรทั้งสองคนของแคนดิสลงในการสมัครวีซ่าครั้งนี้ด้วย

คำถามที่ 5: ออสเตรเลียมีกฎหมายเรื่องความรุนแรงภายในครอบครัวที่คุ้มครองเหยื่อจากการถูกทารุนโดยคู่ครองแบบแคนดิสหรือไม่ หากมี แคนดิสจะได้รับสถานะเป็นผู้อยู่อาศัยถาวรของออสเตรเลียหลังจากรายงานเรื่องการถูกทารุนหรือไม่?

  1. กลัวผู้ทารุนและความรุนแรงที่มากกว่าเดิม
  2. ความปลอดภัยของบุคคลหนึ่งๆหรือบุตรของพวกเขา
  3. ความยากลำบากในการรับความช่วยเหลือทางกฎหมาย
  4. ไม่สามารถขยับเขยื้อนได้อันเนื่องมากจากความบอบช้ำทางร่างกายและจิตใจ
  5. ความเชื่อทางศาสนาหรือวัฒนธรรมที่ต้องคงสภาพของครอบครัวไว้
  6. การหวังและเชื่อมั่นในคำสัญญาของผู้กระทำว่าเขาจะเปลี่ยนแปลงตัวเอง
  7. คำขู่ที่จะฆ่าหรือทำร้ายบุคคลหนึ่งๆ สมาชิกในครอบครัว หรือ บุตรของพวกเขาปางตายหากพยายามที่จะหลุดพ้นจากความสัมพันธ์
  8. ไม่สามารถขอใครให้ไปรายงานสถานการณ์ได้เนื่องจากไม่สามารถพูดภาษาอังกฤษได้
  9. ไม่รู้ว่าสามารถขอความช่วยเหลือได้

ผู้ถือวีซ่าชั่วคราวหลายคนไม่รู้ว่าพวกเขาสามารถได้รับวีซ่าผู้อยู่อาศัยถาวรหลังจากที่รายงานความรุนแรงหรือการทำร้ายร่างกายในครอบครัวที่เกิดจากคู่ครองของพวกเขา

พระราชบัญญัติการโยกย้ายถิ่นฐานปี 1958 และกฎหมายการโยกย้ายถิ่นฐานปี 1994 เขียนไว้อย่างเจาะจงว่า ผู้ยื่นเรื่องสามารถร้องเรียนเกี่ยวกับความรุนแรงในครอบครัวในความสัมพันธ์ของพวกเขาได้ ซึ่งนี่จะต้องถูกกระทำโดยผู้เชี่ยวชาญอิสระ ผู้เชี่ยวชาญอิสระคือบุคคลที่สามที่จัดการเกี่ยวกับเรื่องความรุนแรงภายในครอบครัว

หลังจากที่กรมฯได้รับความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญอิสระแล้ว ทางกรมฯจะแจ้งผู้ยื่นเรื่องเกี่ยวกับผลพิจารณาและให้สำเนาผลการประเมินของผู้เชี่ยวชาญอิสระ พร้อมกับเชิญให้ผู้ยื่นเรื่องแสดงความเห็นภายในวันเวลาที่กำหนดไว้ วีซ่าผู้อยู่อาศัยถาวรจะได้รับอนุมัติก็ต่อเมื่อบุคคลนั้นพึงพอใจกับเกณฑ์การวัดพยานหลักฐานสำหรับบทบัญญัติความรุนแรงภายในครอบครัว

เราช่วยเควินและแคนดิสอย่างไร

หลังจากที่ปรึกษากับคุณหมอวีซ่าแล้ว แคนดิสและเควินตัดสินใจที่จะใช้บริการจาก Australian Registered Migration Agent ของ CP International แทนที่จะพยายาม”จัดการปัญหาด้วยตนเอง”

เหตุผลก็คือ ในฐานะของตัวแทนการโยกย้ายถิ่นฐาน ทาง CP International ได้มีประสบการณ์การให้ความช่วยเหลือเคสที่มีความซับซ้อนทางด้านคู่รัก  เราสามารถใช้ความรู้และประสบการณ์ที่มี ซึ่งนี้จะช่วยให้เราได้รับผลลัพธ์ที่ต้องการ(เช่น การได้รับอนุมัติวีซ่า)

นอกจากนี้ CP International ยังมีเทคนิคพิเศษ – ยกตัวอย่างเช่น การพยายามที่จะสมัครวีซ่าคู่ครองของเควินในออสเตรเลีย และสมัครวีซ่าแยกต่างหากให้แก่บุตรทั้งสองของแคนดิสนอกออสเตรเลีย โดยวิธีนี้จะมีค่าใช้จ่ายและความเสี่ยงที่สูงมาก หากผู้ที่ทำไม่เข้าใจกฎหมายและนโยบายการโยกย้ายของออสเตรเลีย

The Happy Ending

Success Story: Partner Visa Granted with Help of the Dr Visa Team, Vol.3

ในตอนท้าย ความพยายามของคุณหมอวีซ่า และ ลูกค้า  ทำให้สำเร็จ เควินและบุตรของแคนดิสทั้ง 2 คน ได้กลับมาพบกับแคนดิสอีกครั้งด้วยวีซ่าคู่ครองชั่วคราว (ซับคลาส 309) ซึ่งนับเป็นเวลาครบ 12 เดือน พอดีนับตั้งแต่ที่วันเธอยื่นสมัครวีซ่าคู่ครอง ตอนนี้พวกเขากำลังรอเวลาอีก2เดือนก่อนที่ทางกรมฯจะส่งจดหมายเชิญให้พวกเขายื่นสมัครวีซ่าคู่ครองถาวร (ซับคลาส 100)

มีคำถามเกี่ยวกับการสมัครหรือสถานะวีซ่าออสเตรเลียของคุณ? ต้องการสมัครเพื่อศึกษาต่อ ทำงาน หรืออาศัยอยู่ในออสเตรเลีย?สามารถขอคำแนะนำจากทีมคุณหมอวีซ่าได้ที่:
Do NOT follow this link or you will be banned from the site!